electric-work-globalservicespr

การพัฒนาแบบแปลน รวมทั้งพัฒนาวิธีจ่ายไฟฟ้าจากจุดจ่ายไฟฟ้าส่งไปยังอุปกรณ์ที่ใช้กำลังไฟฟ้าต่างๆ งานระบบไฟฟ้าเป็นงานกว้างขวาง จำเป็นต้องมีข้อมูลจำนวนมาก เพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกใช้ระบบรวมทั้งอุปกรณ์ที่เหมาะสม ผู้ออกแบบระบบไฟฟ้าจะต้องเป็นน้ำครึ่งแก้วกระหายข้อมูลแความรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะงานการออกแบบระบบไฟฟ้า ผู้ออกแบบจะต้องมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ได้ระบบไฟฟ้าดี มีความปลอดภัย

การออกแบบระบบไฟฟ้า หมายถึง

– การพัฒนาแบบแปลน

– การจ่ายกําลังไฟฟ้าจากจุดจ่ายไฟส่งไปยังอุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าต่างๆ

– การจ่ายสัญญาณไฟฟ้าไปยังจุดรับสัญญาณไฟเพื่อส่งต่อไปยังอุปกรณ์การใช้งานอื่นๆ

– เป็นงานกว้างขวางต้องการข้อมูลมากมาย

หน้าที่ของผู้ออกแบบระบบไฟฟ้า

  • ต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ มีความสนใจในวิชาการต่างๆ ไม่หยุดนิ่งในการรับข้อมูลใหม่ๆ ในวงการไฟฟ้า
  • พัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อให้มีกำลังไฟเพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งสร้างความปลอดภัยในการใช้งาน
  • ออกแบบระบบไฟฟ้าให้ตรงตามกำหนด ตรงตามมาตรฐาน รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่างๆ
  • ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า
  • คอยติดต่อประสานงาน รวมทั้งให้ความร่วมมือกับผู้ออกแบบในระบบอื่นๆ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างบรรลุวัตถุประสงค์
  • กำหนดรายละเอียดต่างๆ ของระบบไฟฟ้า
  • ประเมินราคา

งานของผู้ออกแบบระบบไฟฟ้า สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้

  • ระบบไฟฟ้ากำลัง
  • ระบบไฟฟ้าสื่อสาร

ระบบไฟฟ้ากำลัง ได้แก่

  • การจ่ายกำลังไฟฟ้า
  • ระบบไฟแสงสว่าง
  • ระบบไฟสำรอง
  • ระบบป้องกันฟ้าผ่า

ระบบไฟฟ้าสื่อสาร ได้แก่

  • ระบบโทรศัพท์
  • ระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้
  • ระบบเสาร์อากาศโทรทัศน์
  • ระบบรักษาความปลอดภัย
  • ระบบกล้องวงจรปิด
  • ระบบเสียง
  • ระบบควบคุมอาคารแบบอัตโนมัติ

การออกแบบระบบไฟฟ้าที่ดี

  • ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งผู้ปฏิบัติงาน , อุปกรณ์ไฟฟ้า , สถานที่

ค่าลงทุนเริ่มแรกซึ่งมีราคาต่ำสุด

  • งบประมาณเองก็เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ จะต้องคำนึงถึง อุปกรณ์ไฟฟ้า , การติดตั้ง , พื้นที่ที่ต้องใช้ , การใช้จ่ายในแบบเริ่มต้น

ระบบไฟฟ้าต้องสามารถจ่ายไฟได้อย่างต่อเนื่อง

  • การจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง สามารถมีความน่าเชื่อถือได้สูงขึ้นจากการ จัดให้มีแหล่งจ่ายไฟจากหลายแห่ง , จัดให้มีเส้นทางในการโหลดไฟฟ้าได้มากขึ้น
  • จัดหาแหล่งกำเนิดไฟฟ้าเป็นของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น มีชุดกำเนิดไฟฟ้าสำรอง , แบตเตอรี่เพื่อการจ่ายไฟฟ้า , ระบบ UPS
  • เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือตัวนำไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
  • เลือกใช้การติดตั้งอย่างดีที่สุด

ระบบไฟฟ้าจะต้องมีความคล่องตัวสูง

สามารถขยายโหลดได้ , รองรับความเปลี่ยนแปลงได้ดี

ให้ประสิทธิภาพทางไฟฟ้าสูงสุด แต่ค่าปฏิบัติการทางไฟฟ้าจะต้องต่ำสุด

ยกตัวอย่างเช่น

  • หม้อแปลงมีความสูญเสียต่ำ
  • มอเตอร์ต้องเลือกใช้แบบมีประสิทธิภาพสูง
  • Ballast ต้องมีกำลังสูญเสียต่ำ

ค่าบำรุงรักษาจะต้องน้อยที่สุด

  • ควรเลือกระบบที่ใช้ไปกับการบำรุงต่ำ

ให้คุณภาพของไฟฟ้าเต็มประสิทธิภาพ

ไฟฟ้าที่ได้จะต้องมีคุณภาพดี แรงดันตกมีค่าน้อย กระแสกับแรงดันมี Harmonic น้อย